การตัดสินของทหายความ

iimport

ข้อควรรู้ “อำนาจของศาลตุลาการ”

            บางท่านอาจจะมีข้อสงสัยหรือว่าสับสนว่าอำนาจตุลาการคืออะไรซึ่งอำนาจตุลการก็คืออำนาจที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ส่วนสถาบันที่สามารถเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการได้คือ ศาล เมื่อมีผู้กระทำความผิดเกิดขึ้นศาลจะใช้อำนาจตุลาการในการกู้พิจารณาคดี ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ที่สำคัญฝ่ายตุลาการเองก็มีสถานะที่พิเศษและหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ที่ถูกแยกออกมาเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย เพื่อช่วยให้ฝ่ายตุลาการมีอิสระในการปฏิบัติงาน ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจหรืออิทธิพลของใครสามารถพิจารณาคดีได้อย่างตรงไปตรงมา

ประเทศไทยสถาบันตุลาการจะมีศาลยุติธรรมสังกัดกระทรวงยุติธรรมมีพระธรรมนูญศาลยุติธรรมเป็นตัวบทกฎหมายในการกำหนดระเบียบราชการของศาลยุติธรรม กำหนดบุคคลผู้มีตำแหน่งหน้าที่ รับผิดชอบต่างๆวางลำดับชั้นของศาล และขอบเขตอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งหมด

โดยศาลยุติธรรมเราสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชั้นด้วยกัน ได้แก่ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฏีกา ซึ่งผู้พิพากษาเองสามารถที่จะพิจารณาคดีไปตามตัวบทกฎหมายด้วยความเที่ยงธรรม ไม่ต้องตกอยู่ในอำนาจของฝ่ายใด รวมทั้งการบรรจุ แต่งตัว โยกย้าย ถอดถอน เลื่อนขั้น เลื่อนชั้น เลื่อนตำแหน่งของผู้พิพากษา อำนาจเบ็ดเสร็จจะอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้สั่งการเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดเพราะจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการ ซึ่งจะประกอบไปด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละชั้นศาล โดยจะมีชั้นศาลละ 4 คน เป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล และผ่านการรับเลือกจากข้าราชการตุลาการในทุกชั้นศาลกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คนโดยจะต้องไม่เป็นหรือเคยผ่านการเป็นข้าราชการตุลาการ และต้องได้รับเลือกจากวุฒิสภาด้วย

ดังนั้นผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่มีความรอบคอบ รอบรู้ มีประสบการณ์สูง สามารถที่จะวินิจฉัยหรือชี้ขาดปัญหาข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและเชี่ยวชาญ มีความรู้สูงในการตีความกฎหมาย เข้าใจในปรัชญาแนวคิดเกี่ยวกับการลงโทษหรือเจตนารมณ์เบื้องหลังของกฎหมายแต่ละฉบับอย่างถ่องแท้ชัดเจน ที่สำคัญคือต้องมีความเป็นกลางปราศจากอคติทั้งสี่ คือ ฉันทาคติ โมหะคติ โทสาคติ และภยาคติ  ถึงจะช่วยให้การพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความยุติธรรมและเที่ยงธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

การที่เรามีศาลตุลาการที่มีความเป็นอิสระและเป็นกลางไม่ขึ้นตรงต่ออำนาจหรืออิทธิพลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะช่วยให้สังคมและบ้านเมืองอยู่ในความสงบสุขไม่ต้องเกรงกลัวต่ออำนาจมืด และช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะมีศาลตุลาการที่จะช่วยพิจารณาคดีที่มีความยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมาคะ