คณะลูกขุนมีหน้าที่อะไรบ้าง

Jury

กระบวนการยุติธรรมในหลายประเทศของโลก จะใช้คณะลูกขุนเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการพิจารณาคดีอยู่ร่วมกับผู้พิพากษา แล้วพวกเขาเหล่านี้ผ่านการคัดเลือกมาจากไหน คำตอบคือ เป็นคนธรรมดานี่เอง ทำอาชีพปกติทั่วไป แต่ละคนก็อาจจะมาจากพื้นเพแตกต่างกันอย่างมากได้ด้วย ระบบนี้จึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนของประชาธิปไตย ภายใต้กระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้คนธรรมดาซึ่งไม่ได้อยู่ในวงการกฎหมายเลย ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสิน เป็นการดึงศาลให้ลงมาสู่ประชาชนมากขึ้น แล้วยังอาจกล่าวได้ว่า นี่คือการเพิ่มความเป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีความเห็นอกเห็นใจในชะตาชีวิตของโจทก์หรือจำเลย ส่งผลให้การพิจารณาตัดสินคดีต่างๆ ก็อาจจะไม่ได้ยึดเรื่องกฎหมายเป็นหลักแต่อย่างเดียวเสมอไป แต่มีเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมด้วยหลายประเทศในโลกตะวันตกจะใช้ระบบลูกขุนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพิพากษา ตัวอย่างเช่นในอเมริกา ฝรั่งเศส หรือในเอเชียเช่น ญี่ปุ่น จะมีการคัดเลือกคณะลูกขุนเข้ามาเป็นนั่งรวมในศาล บทบาทและเป้าหมายของการใช้ระบบนี้ ยังเป็นไปเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจตุลาการ ทำให้ประชาชนต้องมีความตื่นตัวและรู้เรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ฝ่ายรัฐเท่านั้น สำหรับระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีสองแบบหลัก คือ

Jury2

ประเทศกฎหมายแบบจารีต Common Law

ตัวอย่างสำคัญคือ อังกฤษ และ อเมริกา ลักษณะการพิจารณาพิพากษาคดี จะมีผู้พิพากษาทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการไต่สวนให้เป็นอย่างมีระเบียบ จากนั้นลูกขุนจำนวน 6-12 คน จะเป็นผู้ออกคะแนนเสียงตามข้อมูลที่ได้รับจากฝ่ายอัยการและทนายความของฝ่ายจำเลย ศาลจะไม่มีส่วนร่วมในการโหวตนี้ แต่เป็นผู้กำหนดบทลงโทษตามกฎหมายจารีต ที่ให้อำนาจในการอ้างอิงการบังคับใช้และการพิพากษาซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วจากคดีอื่นๆมาใช้ประกอบการอ้างอิง

ประเทศกฎหมายแบบ Civil Law หรือลายลักษณ์อักษร

ตัวอย่างสำคัญคือ ฝรั่งเศส และ ญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งจะกลับมาใช้ระบบนี้ตั้งแต่ปี 2552 เกณฑ์การพิจารณาคดีและจำนวนของคณะลูกขุนก็จะแตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่นในญี่ปุ่น ถ้าเป็นคดีไม่ร้ายแรงที่โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ก็ให้อำนาจผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสิน แต่ถ้าเป็นประเภทอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ส่วนมากแล้วเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่สาธารณชนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ มีบทลงโทษจำคุกสูงกว่า 10 ปีขึ้นไป จึงมีคณะผู้พิพากษามืออาชีพ 3 คน ร่วมกับคณะลูกขุนอีก 6 คน มาร่วมกันพิจารณาคดี แล้วยังมีการสุ่มเลือกเผื่อสำรองไว้อีก 2 คน เท่ากับว่าเวลาโหวตก็จะมี 9 เสียง ตรงนี้มีความแตกต่างจากในอเมริกาซึ่งผู้พิพากษาไม่สามารถร่วมโหวตได้

อาจมีคำถามว่า แล้วเขามีระบบเลือกอย่างไร

กรณีญี่ปุ่น ศาลจะส่งหมายเรียกแบบสุ่มเอาจากผู้มีรายชื่อในบัญชีของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสภาตามเขตพื้นที่นั้นๆ จำนวน 45 คน เพื่อให้มารอรับการคัดเลือก เพื่อเข้าร่วมการพิจารณาคดีในตอนเช้า แล้วเลือกให้เหลือเพียง 6 คน รวมกับสำรองอีก 2 คน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเคารพสิทธิของตน จึงมีการออกกฎบังคับว่าหากมีหมายเรียกแล้วผู้ใดไม่ยอมมาโดยปราศจากเหตุผลที่สมควร บทลงโทษคือปรับเป็นเงินขั้นต่ำ 500,000 เยน ตามลำดับไป สาเหตุที่จำเป็นต้องเข้มงวดขนาดนี้ เพราะในคดีสำคัญร้ายแรง หากว่ามีผู้มีอิทธิพลหรือมีกำลังเงินมากเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็อาจใช้อำนาจมืดเพื่อหาทางบิดเบือนรูปคดีไปจนถึงการซื้อตัวคณะลูกขุน การสุ่มคัดเลือกจึงต้องเกิดขึ้นอย่างค่อนข้างทันด่วน เพื่อป้องกันปัญหาทุจริตคอรัปชั่น หรือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

จะเห็นได้ว่า แต่ละประเทศมีรายละเอียดของระบบยุติธรรมและบทบาทหน้าที่ของผู้มีอำนาจพิพากษาคดีแตกต่างกันไป แต่ทั้งหมดจะยึดหลักการสูงสุดคือ ให้ประชาชนธรรมดาในทุกระดับอาชีพ เข้ามามีหน้าที่หรือส่วนร่วมในกระบวนการนี้ด้วย แน่นอนว่าของหลายประเทศเช่นในอเมริกาและอังกฤษ กว่าจะมาถึงขั้นนี้ก็ต่อสู้ฝ่าฟันมามาก เช่นในอเมริกาสมัยก่อน จะไม่เลือกผู้หญิงหรือคนดำเข้ามา แต่ทุกวันนี้ก็ค่อยๆมีการเรียกร้องจนเกิดเปลี่ยนแปลงไปทีละขั้น

ประเทศไทยเองยังไม่ได้ใช้ระบบลูกขุนเข้ามาประกอบการพิจารณา ด้วยเห็นว่าประชาชนจำนวนมากไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกฎหมาย แต่ก็เชื่อว่าในอนาคต เรื่องนี้จะค่อยๆปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แล้วในศาลไทยก็จะได้มีประชาชนคนธรรมดาเข้ามาร่วมในกระบวนการ เข้าถึงคนทุกระดับชั้น น่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความตื่นตัวในเรื่องสิทธิของตนได้มากกว่านี้