ศาลรัฐธรรมนูญ

tutionalก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นศาลที่ก่อตั่งมาเพื่อเจรจราต่อรองข้อตกลงของทั้ง 2 ฝ่ายที่ไม่เข้าใจกันเพื่อหาความยุติธรรมความถูกต้องที่เกิดจากความไม่เข้าใจกัน ทั้งที่ตกลงกันได้และทั้งที่ตกลงกันไม่ได้ โดยหลักๆ แล้วศาลรัฐธรรมนูญ จะประกอบไปด้วย 4 องค์กรย่อยๆ ได้แก่ 1.ผู้พิพากษาศาลฎีกา 2.ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด 3.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ 4.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ ที่คอยทำหน้าที่ตัดสินและวิเคราะห์อย่างระเอียดว่าผู้ใดหรือฝ่ายใดนั้นกระทำความผิดจริง ซึ่งทั้ง 4 หน่วยงานนี้นั้นก็มีหน้าที่แตกต่างกันออกไป

หน่วยงานผู้พิพากษาศาลฎีกา

หน้าที่หลักๆ ของผู้พิพากษาศาลฎีกาก็คือเป็นคำตัดสินสูงสุดของทั้งหมด 4 หน่วยงานที่ปฏิบัติตามขั้นตอน 1 2 3 4 โดยประมาณ ส่วนใหญ่แล้วการตัดสินของฎีกาจะถือว่าสูงสุดแต่ก่อนที่จะมาถึงฎีกา ก็ต้องผ่าน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์  ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ถึงจะมาผู้พิพากษาศาลฎีกาและปัญหาทุกอย่างก็จะจบลงในขั้นตอนสุดท้ายของฎีกา ซึ่งหน้าที่ของศาลฎีกาก็คือเอาคำตัดสินของแต่ละศาลเอามาพิจารณาคดีว่าได้ตัดสินให้เป็นกลางถูกต้องดีไหมถูกต้องหรือไม่แล้วศาลก็จะตัดสินว่าผู้ใดนั้นมีความผิดจริง

หน่วยงานตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

หน้าที่หลักๆ ของตุลาการก็คือพิจารณาคดีทางด้านความมั่นคงของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมและนามธรรมทั้งในทุกๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันที่ตกลงกันไม่ได้จนต้องขึ้นศาลไม่ว่าจะเหตุการณ์บนท้องถนนไม่ว่าจะรถชนกันหรือเหตุการณ์ตีกันและหลายๆ อย่างจนต้องขึ้นศาลตุลาการในศาลปกครองสูงสุดก็เพื่อหาความเป็นกลางอย่างสูงสุดให้แก่ประชาชนนั่นเอง

หน่วยงานผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์

หน้าที่หลักๆ ของผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์เป็นการตัดสินขั้นต้นที่รองรับสำหรับผู้ที่ไม่ยอมความกันทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อรวบรวมสำนวนคดีที่ถูกต้องขึ้นมาเพื่อคิดและคำนวณพิจารณาผู้กระทำความผิดจริงหรือไม่หรือถูกกล่าวหาหลังจากตรวจสอบได้อย่างแน่ชัดแล้วว่าผู้ได้เป็นฝ่ายกระทำความผิดก็จะส่งให้ศาลหน่วยงานอื่นไปคำนวณคดีความผิดความผิดอยู่ในขั้นไหนและจะต้องทำอย่างไรต่อไปถึงจะยุติลงได้ก็ขึ้นอยู่กับศาลที่ตัดสินนั้นๆ

หน่วยงานผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์

หน้าที่หลักๆ ของผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่าศาลชั้นต้นที่คอยรับฟังความของทั้ง 2 ฝ่ายว่าฝ่ายใดได้กระทำอะไรลงไปบ้างและฝ่ายใดได้ทำอะไรไปมั่งและก็จะเอามาพิจารณาคดีความผิดหากมีความกระทำความผิดจริงแล้วยอมรับก็จะถือว่าจบลงตอนนั้นเลยแต่ถ้าหากเคียรกันไม่รู้เรื่องก็ต้องส่งศาลตามกระบวนการต่อๆ ไปเรื่อย จนกว่าจะถึงผู้พิพากษาศาลฎีกานั้นก็จะถือว่าเป็นผู้ตัดสินเด็ดขาด