ทำความรู้จักกับตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามีหน้าที่อะไรในประเทศ

Constitutional Court Judge

ระบบการปกครองของไทยแม้ว่าจะเป็นระบบประชาธิปไตยเหมือนเดิม แต่ว่ารายละเอียดในการทำงานนั้นไม่เหมือนเดิม ระบบการตรวจสอบกันและกันระหว่างดุลย์อำนาจสามฝ่ายได้แก่ นิติบัญญัติ, ตุลาการ, บริหารราชการ เป็นสิ่งที่สำคัญมากของการทำงานทั้งสามส่วนนี้ หนึ่งในกลกลสำคัญของระบบการตรวจสอบก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ หน่วยงานนี้คืออะไร มีหน้าที่อะไร สำคัญอย่างไรต่อประเทศเราบ้างมาว่ากันในรายละเอียดได้เลย

ศาลรัฐธรรมนูญ หมายถึงอะไรมีหน้าที่อะไร

เวลาเราเกิดข้อขัดแย้งที่ไม่สามารถจบลงที่การไกล่เกลี่ยกันได้ เราจะต้องนำเรื่องราวทั้งหมดไปสู่กระบวนการยุติธรรมโดยศาลจะเป็นตัวชี้ขาดความผิดที่ตำรวจส่งสำนวน หลักฐานมาให้ เราคงเคยได้ยินศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลแพ่ง ศาลอาญามาแล้ว แต่ศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นศาลที่มีความพิเศษเฉพาะเจาะจงอย่างหนึ่ง กล่าวคือศาลรัฐธรรมนูญจะมีหน้าที่อำนาจในการวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือ ร่างกฎหมายเท่านั้น(ไม่รับคดีทั่วไป) ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ตีความในกรณีที่กฎหมายอาจจะออกมาทับซ้อนกัน หรือ ความหมายไม่ชัดเจนเอาไว้ว่าเรื่องนี้ต้องหาทางออกอย่างไร หรือ สิ่งนี้ทำได้หรือไม่ ตามประวัติศาสตร์ ศาลรัฐธรรมนูญมีต้นแบบจามากประเทศออสเตรียแล้วได้รับอิทธิพลต่อมาในประเทศยุโรป ก่อนที่จะมาเข้าในประเทศไทย

ศาลรัฐธรรมนูญมีใครทำหน้าที่บ้าง

หากยึดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปีพ.ศ. 2560 เป็นหลัก มาตรา 200 ได้กล่าวถึงจำนวนคณะผู้ตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เรียกคนกลุ่มนี้ว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 9 คนด้วยกันซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว จากตำแหน่งต่อไปนี้ หนึ่งผู้พิพากษาจากศาลฏีกา (1คน) ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด(2คน) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์(1คน) ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์(1คน) ผู้ทรงคุณวุฒิ(2คน)

ใครจะสามารถยื่นเรื่องนี้ได้

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นศาลเฉพาะทางที่มีหน้าที่จัดการข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการตรากฎหมาย ดังนั้นผู้ยื่นเรื่องของให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ จึงไม่ใช่บุคคลทั่วไป แต่สงวนไว้ให้กับผู้มีสิทธิ์ดังนี้คือ ประธานสภาผู้แทนราษฏร, ประธานวุฒิสภา, ประธานรัฐสภา และนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ที่หากใครในตำแหน่งต่อนี้มองเห็นว่าการจะบัญญัติกฎหมายอะไรขึ้นมาสักอย่างดูจะเป็นการทับซ้อน ไม่ชัดเจนบางอย่างก็สามารถยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนที่จะนำกฎหมายดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าถวายพระมหากษัตริย์ได้

จะเกิดอะไรขึ้นต่อกฎหมายที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าต้องการให้พิจารณาข้อกฎหมายพระราชบัญญัติใด มาตราใดแล้ว ทางศาลรัฐธรรมนูญก็จะเปิดศาลเพื่อทำการพิจารณาตามสิ่งที่ผู้ร้องได้นำเสนอเข้ามา ผลที่เกิดขึ้นจะมีสองรูปแบบนั่นคือ หนึ่งหากพระราชบัญญัติที่ยื่นมาผิดจริง ไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีมติให้ร่างพระราชบัญญัตินั้นตกไป แต่หากศาลพิจารณาแล้ว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ขัดแย้ง ก็จะให้ดำเนินการประกาศใช้ได้ต่อไปตามกระบวนการ

ศาลรัฐธรรมนูญกับศาลอื่น

อีกหนึ่งรูปแบบการทำงาน ที่แตกต่างไปจากการทำงานหลักของศาลรัฐธรรมนูญก็คือ การตีความว่าในการจะตัดสินคดีความนั้น จะเลือกใช้บทบัญญัติกฎหมายข้อใดในการตัดสิน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่า บางกรณีเกิดข้อขัดแย้งกันขึ้นแล้วไปสู่กระบวนการตัดสินของศาลเฉพาะทางอย่างเช่น ศาลยุติธรรม, ศาลปกครอง, ศาลทหาร ทางศาลเองมีสิทธิ์ยื่นไปทางศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า คดีที่เกิดขึ้น ควรจะใช้กฎหมายใดตัดสิน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและตรงกับบริบทของคดีความนั้นมากที่สุด แต่ระหว่างรอการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญต้องพักการพิจารณาคดีเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีแนวทางออกมาแล้วดำเนินการต่อ

จะเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นศาลที่มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาประเทศเลยทีเดียวจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาเป็นผู้ชี้ขาดในกรณีของกฎหมาย การบริหารราชการแผ่นดิน ที่เกี่ยวข้อง